บทที่ 1 บทนำ: ตราหยกนี้ ข้าขอคืนให้
บทนำ: ตราหยกนี้ ข้าขอคืนให้
สายลมเหมันต์พัดผ่านระเบียงทางเดินที่ทอดยาว พอบานหน้าต่างไม้แกะสลักถูกกระแทกเปิดออก เปลวเทียนภายในโถงใหญ่ก็พากันสั่นไหวราวกับหวาดกลัวพายุที่กำลังก่อตัวอยู่ภายนอก
เงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งนั่งตระหง่านอยู่บนเก้าอี้ประธานที่สลักลวดลายพยัคฆ์เหิน ใบหน้าของเขาหล่อเหลาไร้ที่ติ ทว่าดวงตาที่ทอดมองมากลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็งในสระบัวกลางฤดูหนาว เขามีกลิ่นอายของความตายและอำนาจที่กดทับจนผู้คนในโถงแทบไม่กล้าหายใจแรง
เขาก็คือ หลิงเทียนซู จอมอ๋องผู้กุมอำนาจทางการทหารและเครือข่ายนักฆ่าที่เหี้ยมโหดที่สุดในแคว้น
ทว่าในค่ำคืนนี้ สายตาของเขาไม่ได้จับจ้องไปที่ศัตรูทางการเมือง หากแต่กำลังมองสตรีผู้หนึ่งที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
มู่หรงหนิงอันยืนตัวตรงแผ่นหลังตั้งฉาก อาภรณ์สีแดงสดที่สวมใส่ขับเน้นผิวขาวผ่องและเรือนร่างให้ดูเย้ายวน ทว่าใบหน้าของนางกลับเรียบเฉย ไร้ซึ่งแววตารักใคร่หลงใหลเฉกเช่นกาลก่อน ปิ่นทองคำระย้าที่ประดับบนเรือนผมดำขลับส่งเสียงกระทบกันเบาๆ ยามที่นางขยับตัว
ข้างกายของจอมอ๋อง คือสตรีร่างบอบบางในชุดสีขาวบริสุทธิ์ นางกำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาที่หางตา พลางช้อนตามองหนิงอันด้วยความหวาดกลัวและน่าสงสาร
"มู่หรงหนิงอัน..." น้ำเสียงของหลิงเทียนซูทุ้มต่ำและแฝงไปด้วยโทสะ "เจ้าวางยาสลบทหารยาม ลักลอบเข้าไปในห้องเก็บสมุนไพรของจวนเพื่อขโมยบัวหิมะพันปี ทั้งๆ ที่รู้ว่าหว่านเอ๋อร์จำเป็นต้องใช้มันเพื่อรักษาโรคหอบหืด เจ้ายังมีจิตใจอยู่หรือไม่!"
หนิงอันแค่นยิ้มมุมปาก นางปรายตามองสตรีดอกบัวขาวที่แสร้งทำตัวอ่อนแอ ก่อนจะละสายตากลับมาที่ผู้เป็นสามีตามนิตินัย
"โรคหอบหืดหรือ?" หนิงอันเลิกคิ้วขึ้น "สมุนไพรฤทธิ์เย็นจัดเช่นบัวหิมะ หากผู้ป่วยโรคหอบหืดสูดดมหรือกลืนกินเข้าไป อาการย่อมกำเริบจนหลอดลมตีบตันและสิ้นใจภายในครึ่งชั่วยาม ท่านอ๋อง... ท่านเก่งกาจเรื่องการบดขยี้กระดูกศัตรู ทว่าเรื่องศาสตร์การแพทย์ ท่านกลับถูกสตรีผู้นี้หลอกใช้จนตาบอด"
"บังอาจ!" หลิงเทียนซูตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ถ้วยชาดินเผาแตกกระจาย "เจ้าอิจฉาริษยานางจนถึงขั้นเสียสติไปแล้วหรือ หากไม่ใช่เพราะราชโองการสมรสพระราชทาน เจ้าคิดว่าสตรีที่มีจิตใจคับแคบเช่นเจ้า จะได้ก้าวเท้าเข้ามาเป็นชายาเอกในจวนของข้าได้หรือ!"
คำพูดนั้นราวกับมีดนับพันเล่มที่กรีดแทงลงบนร่างของเจ้าของร่างเดิม แต่มู่หรงหนิงอันในตอนนี้หาใช่สตรีโง่งมที่เอาแต่โหยหาความรักจากบุรุษไร้ใจอีกต่อไป นางคือผู้ที่ลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้ทางการแพทย์และการปรุงยาที่ลึกล้ำ และที่สำคัญที่สุด...
มือเรียวบางเลื่อนลงมาแตะที่หน้าท้องของตนเองอย่างแผ่วเบา ภายใต้ชุดผ้าไหมสีแดงที่พริ้วไหว มีสายเลือดของจอมปีศาจผู้นี้กำลังเติบโตขึ้น หากนางยังรั้งอยู่ที่นี่ ทารกน้อยย่อมไม่อาจมีชีวิตรอดท่ามกลางสงครามชิงอำนาจในเรือนหลังและวังวนการเมืองของเขาได้
นางสูดลมหายใจเข้าลึก ล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อ ก่อนจะโยนตราประทับหยกสีเลือด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของตำแหน่งชายาเอกจอมอ๋อง ลงบนพื้นหินอ่อนตรงหน้าหลิงเทียนซู
เสียงหยกกระทบพื้นดังกังวานไปทั่วโถงใหญ่ ทำให้ดวงตาของจอมอ๋องเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย
"นี่เจ้าทำอะไร..."
"ท่านอ๋องกล่าวถูกต้องแล้ว" หนิงอันเชิดหน้าขึ้น น้ำเสียงของนางดังกังวานและหนักแน่น "ข้าไม่คู่ควรกับตำแหน่งนี้ และข้าก็เหนื่อยหน่ายที่จะต้องมาแย่งชิงเศษเสี้ยวความเมตตาจากบุรุษที่ไม่มีหัวใจให้ข้า"
นางหันไปมองสตรีชุดขาวที่บัดนี้หน้าซีดเผือด ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในจวนต้องตะลึงงัน
"ตราหยกนี้ ข้าขอคืนให้ ตำแหน่งชายาเอกจวนอ๋อง ข้าไม่ต้องการอีกต่อไป! สตรีที่ท่านรัก เชิญรับจวนนี้ไปเถิด..." หนิงอันหมุนตัวหันหลังให้บุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดิน ชายกระโปรงสีแดงสะบัดพริ้วดุจเปลวเพลิงท่ามกลางความมืด "ส่วนข้า... จะขอไปให้ไกลสุดหล้า ชั่วชีวิตนี้อย่าได้พบพานกันอีกเลย!"
สิ้นคำประกาศิต มู่หรงหนิงอันก็ก้าวเดินออกจากห้องโถงใหญ่ ทิ้งจวนอ๋องที่เต็มไปด้วยความจอมปลอมไว้เบื้องหลัง นางก้าวเข้าสู่พายุฝนที่โหมกระหน่ำ โดยมีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว คือการรักษาชีวิตของตนเองและสายเลือดในครรภ์ให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของบิดาผู้เหี้ยมโหด!
ทว่านางหารู้ไม่ว่า การหันหลังเดินจากมาในคืนนี้ จะเป็นการปลุกสัญชาตญาณการตามล่าของอ๋องปีศาจที่หลับใหล ให้ตื่นขึ้นมาพลิกแผ่นดินเพื่อตามหาตัวนางอย่างบ้าคลั่งในเวลาต่อมา!
